การเทรดมากเกินไปและการไล่ตามขาดทุน
What you learn in 3 minutesบทเรียนนี้อธิบายสองพฤติกรรมที่ทำให้การเทรดที่ขาดทุนหนึ่งครั้งกลายเป็นสัปดาห์ที่แย่ คือการเทรดบ่อยกว่าที่แผนกำหนดไว้ และการเพิ่มขนาดเพื่อเอาคืน ตัวอย่างทั้งหมดคิดเป็นเงินบาท โดยใช้ USD/THB ที่ราคาประมาณ 36.4500 และหนึ่งจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตมีค่า ฿10
หนึ่งวัน 30 ออเดอร์ ค่าใช้จ่าย ฿300
| Step | Amount | Note |
|---|---|---|
| จำนวนออเดอร์ในหนึ่งวัน | 30 ออเดอร์ | สมมติว่าผู้เรียนเทรดถี่กว่าที่แผนอนุญาต ซึ่งแผนกำหนดไว้ 3 ออเดอร์ต่อวัน |
| ค่าใช้จ่ายต่อออเดอร์ | ฿10 | หนึ่งจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตของ USD/THB มีค่า ฿10 และส่วนต่างราคาที่จ่ายไปคิดเป็นหนึ่งจุดต่อออเดอร์ |
| ค่าใช้จ่ายรวมทั้งวัน | ฿300 | 30 ออเดอร์ คูณ ฿10 ต่อออเดอร์ เท่ากับ ฿300 |
| ผลลัพธ์ก่อนหักค่าใช้จ่าย | ฿0 | สมมติว่าราคาเข้าและออกเท่ากันพอดี จึงยังไม่มีกำไรหรือขาดทุนจากราคา |
| ผลลัพธ์หลังหักค่าใช้จ่าย | ขาดทุน ฿300 | ฿0 ลบ ฿300 เท่ากับขาดทุน ฿300 |
ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างเชิงสาธิต โบรกเกอร์แต่ละรายอาจปัดเศษ คิดส่วนต่างราคา หรือมีค่าธรรมเนียมอื่นเพิ่มเติม จึงควรตรวจสอบอัตราที่โบรกเกอร์ของท่านเรียกเก็บจริง
The mistake people make here
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเมื่อขาดทุนหนึ่งครั้ง ผู้เรียนมักเพิ่มขนาดออเดอร์เพื่อเอาคืนให้เร็วที่สุด และเริ่มเปิดออเดอร์ถี่ขึ้นโดยไม่นับจำนวนตามแผน ผลคือค่าใช้จ่ายต่อออเดอร์ยังคงเดิม แต่จำนวนออเดอร์เพิ่มขึ้นหลายเท่า ทำให้ขาดทุนสะสมเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว สิ่งที่ควรทำแทนคือกำหนดจำนวนออเดอร์สูงสุดต่อวันไว้ล่วงหน้า และหยุดเมื่อถึงจำนวนนั้น ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุนCheck yourself
ถ้าเทรด 12 ออเดอร์ในหนึ่งวัน ค่าใช้จ่ายต่อออเดอร์ ฿10 ค่าใช้จ่ายรวมเป็นเท่าไร
12 คูณ ฿10 เท่ากับ ฿120
ถ้าเทรด 30 ออเดอร์ และค่าใช้จ่ายต่อออเดอร์ ฿10 แต่ราคาเคลื่อนไหวได้กำไร ฿200 ก่อนหักค่าใช้จ่าย ผลลัพธ์หลังหักค่าใช้จ่ายเป็นเท่าไร
฿200 ลบ ฿300 เท่ากับขาดทุน ฿100
ถ้าแผนอนุญาต 3 ออเดอร์ต่อวัน และเทรดจริง 30 ออเดอร์ คิดเป็นกี่เท่าของแผน
30 หาร 3 เท่ากับ 10 เท่า