อินดิเคเตอร์: MA, RSI, MACD, Bollinger
What you learn in 3 minutesบทเรียนนี้จะอธิบายว่าอินดิเคเตอร์ทั้งสี่ตัวคือ MA, RSI, MACD และ Bollinger Bands คำนวณมาจากราคาที่ผ่านมาอย่างไร และเพราะเหตุใดมันจึงตอบสนองต่อราคาและเวลาต่างกัน
ช่วงราคาเดียวที่ 36.4500 กับอินดิเคเตอร์สี่ตัว
| Step | Amount | Note |
|---|---|---|
| MA (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) | เส้นเรียบ | คำนวณจากราคาปิดย้อนหลัง เช่น 20 แท่ง จึงตอบสนองช้าและไม่แสดงความผันผวนระหว่างวัน |
| RSI | ค่า 0 ถึง 100 | คำนวณจากสัดส่วนการขึ้นและลงในช่วงที่กำหนด จึงบอกความแรงสัมพัทธ์ ไม่ได้บอกขนาดราคาเป็นบาท |
| MACD | ผลต่างของ MA สองเส้น | คำนวณจาก MA ระยะสั้นลบ MA ระยะยาว จึงเน้นการเปลี่ยนทิศทางมากกว่าค่าระดับราคา |
| Bollinger Bands | เส้นบนกับเส้นล่าง | คำนวณจากค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานรอบ MA จึงกว้างหรือแคบตามความผันผวน |
| ค่า pip ต่อ 1 สัญญามาตรฐาน | ฿10 | มาจาก 100,000 คูณ 0.0001 บน USD/THB |
ค่าที่แสดงเป็นเพียงตัวอย่าง ค่า pip จริงและค่าธรรมเนียมอาจแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ และควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์ของคุณโดยตรง
The mistake people make here
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการคิดว่าอินดิเคเตอร์ตัวใดตัวหนึ่งให้สัญญาณที่แม่นยำเพียงพอที่จะเข้าซื้อหรือขายได้ทันที ทั้งที่แต่ละตัวคำนวณจากราคาในอดีตและตอบสนองช้ากว่าที่ราคาเคลื่อนไหวจริง วิธีที่ควรทำคืออ่านค่าอินดิเคเตอร์ควบกับบริบทของราคา และยอมรับว่าผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่คาดCheck yourself
ถ้าคุณถือ 1 สัญญามาตรฐาน USD/THB และราคาเปลี่ยน 20 pip คิดเป็นกี่บาท
20 คูณ ฿10 เท่ากับ ฿200 โดยใช้ค่า pip ต่อสัญญามาตรฐาน ฿10
ถ้าโบรกเกอร์คิดค่าธรรมเนียม ฿50 ต่อสัญญา ผลสุทธิจาก 20 pip เป็นเท่าใด
฿200 ลบ ฿50 เท่ากับ ฿150